ประวัติสมาคม อัสสัมชัญ
 
     
 
     วันที่ 1 มิถุนายน พุทธศักราช 2447 คุณพ่อกอลมเบต์ ได้เปิด "สโมสรนักเรียนเก่าอัสสัมชัญ" ขึ้นที่ ริมถนนบูรพา (ตรอกโอเรียนเต็ล) โดยใช้เงินที่บรรดานักเรียนเก่า และนักเรียนปัจจุบัน มอบให้ท่านมาจัดตั้ง "สโมสรฯ" ขึ้นไว้ สำหรับอัสสัมชนิก "ไม่ว่าตระกูลไหน สมัยไหน ได้ใช้เป็นที่ประชุมคุยกัน เล่นกัน ปรึกษาหารือ พึ่งพาอาศัย ช่วยเหลือทุกข์ร้อนกันต่อไป" วันเวลาผ่านไป สถานที่เก่า มิสามารถรองรับกับบรรดาสมาชิกที่เพิ่มขึ้นทุกปี
 
     
 
     27 ปีต่อมา วันที่ 29 ธันวาคม พุทธศักราช 2474 คณะกรรมการดำเนินการชุดแรก โดยการนำของ มหาอำมาตย์ พระยาโชฏึกราชเศรษฐี หรือ พระยาบริบูรณื โกษากร ผู้อุปถัมภ์สำคัญในครั้งเก่า จึงย้าย "สโมสรนักเรียนเก่าอัสสัมชัญ" มาตั้งที่ ถ.สีลม ตรอกเวท มีพิธียกป้ายตัวทองอร่ามว่า "สมาคมอัสสัมชัญ" นับเป็นสมาคมที่มีสถานที่โอ่อ่า สง่างามสมภาคภูมิของมวลชนสมาชิกซึ่งมาจากโรงเรียนอัสสัมชัญที่เก่าแก่ และเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทยในสมัยนั้น
 
     
 
     ภายใต้การดำเนินงานของอัสสัมชัญรุ่นพี่ ผ่านไปเพียง 13 ปี “สมาคมอัสสัมชัญ” ได้จำเริญรุ่งเรืองขึ้นกว่าเก่า จนชักจะลืมคำว่า “ความเจริญคู่กับความเสื่อม” เกิดปัญหาการไม่ช่วยกันชำระค่าบำรุง ค่าธรรมเนียมเล่นกีฬา ค่าเครื่องดื่ม ตลอดจนขโมยหนังสือดีๆ และฉีกภาพสวยงามจากนิตยสาร และวารสารเอามาเป็นสมบัติส่วนตัว ที่สำคัญคือ ไม่สำนึกว่าสมาชิก หรืออัสสัมชนิกคนใดควรเป็นที่เคารพ ใครบ้างที่พึงสงวนไว้เป็นที่พึ่ง ในที่สุด ป้ายตัวทองของ”สมาคมอัสสัมชัญ” ซึ่งติดตั้งในระดับต้องแหงนหน้าดู ก็หล่นลงบนพื้นดิน ตากแดดตากฝน ปราศจากคนเหลียวแล
 
     
 
     ทิ้งช่วงไปหลังสงครามบูรพา พล.ต.ต. ละม้าย อุทยานานนท์ กับนายสนอง รัตนวิจัย ร่วมมือกันเช่าที่ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่ ต.หัวช้าง อ.พญาไท จัดตั้งเป็นสมาคมขึ้น ต่อมาก็ประสบปัญหาไม่ได้รับความร่วมมือเหมือนเดิม
 
     
 
     ต่อมานายเสนะ จุลวัจนะ เจ้าของห้างแว่นตาภิรมย์เภสัช ซึ่งเป็นกรรมการสมาคมฯ เสนอให้เซ้งสถานที่ของสมาคมฯ และนำเงินจำนวนนี้ไปติดต่อขอซื้อที่ของ คุณเจิม ภูมิจิตร ณ สถานที่ตั้งของสมาคมฯปัจจุบัน ถ.พระราม4 โดยได้รับความช่วยเหลืออนุเคราะห์จากบรรดาศิษย์เก่าหลายท่านหลายสมัยอาทิ พล.ต.ต. จำรัส มัณฑูกานนท์ , คุณเขตร ศรียาภัย , คุณบุญวงศ์ อมาตยกุล , คุณประธาน ดวงรัตน์ , น.ท. ทินกร พันธุ์กระวี , พล.อ.อ.น.พ. ประกอบ บุรพรัตน์ , นายจรัญ บุรพรัตน์ และอีกหลายท่านที่มิอาจกล่าวได้หมด
 
     
 
     42 ปีผ่านไป กับหลายยุค หลายสมัยที่เปลี่ยนแปลง พุทธศักราช 2541 สมาคมอัสสัมชัญ ได้ปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของสมาคมฯอย่างแท้จริง จากความห่วงใย และการดูแลอย่างใกล้ชิดของนายกสมาคมอัสสัมชัญ คนปัจจุบัน ดร.วัลลภ เจียรวนนท์ ทำให้สมาคมฯได้กลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง โดยการปรับปรุงตั้งแต่ป้ายสมาคมฯ อาคาร และห้องต่างๆ ทั้งหมด ห้องอาหารติดแอร์ พร้อมด้วยวิทยุ โทรทัศน์ซึ่งติดเคเบิ้ลทีวี ไว้ให้สมาชิกได้มาพักผ่อน ทานข้าว หรือติดตามข่าวสาร ห้องประชุมมาตรฐานสำหรับอัสสัมชนิกรุ่นต่างๆที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ห้องจัดเลี้ยงที่สามารถบรรจุแขกได้ถึง 400 ท่าน ห้องสมุดที่รวบรวมประวัติ และผลงานต่างๆ ที่เกี่ยวกับอัสสัมชัญ รวมถึงสนับสนุนกีฬาของชมรมต่างๆ ทั้งในร่ม และกลางแจ้ง เช่น ชมรมสนุ๊กเกอร์ ชมรมหมากกระดาน ทีมฟุตบอล “A.C. Classic” กลุ่มอัสสัมชนิกผู้มีใจรักการเล่นฟุตบอล อีกทั้งยังจัดให้ผู้สนใจในด้านคอมพิวเตอร์มารวมกลุ่มกันช่วยดูแลเว็บไซท์ของสมาคมฯ “www.acassoc.com” และที่สำคัญที่สุดก็คือการชักชวนอัสสัมชนิกในรุ่นต่างๆ เข้ามาร่วมฟังการประชุม หรือมีส่วนร่วมในการบริหารสมาคมฯ อย่างต่อเนื่อง ณ จุดนี้เองจึงถือเป็นการเริ่มต้นศตวรรษใหม่ ของสมาคมอัสสัมชัญ อย่างแท้จริง โดยการนำของ ดร.วัลลภ เจียรวนนท์
 


Home ]

Send mail to webmaster@acassoc.com with questions or comments about this web site.
Copyright © 2005